เปิดร้าน Dplus Express แล้ว แต่ยอดยังไม่โต? 8 Steps ปรับร้านให้มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น

ร้านของคุณมีระบบ DPlus Express พร้อมให้บริการแล้ว แต่จำนวนพัสดุยังไม่มาก รายได้ยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่าย หรือมีลูกค้าแวะมาใช้บริการเพียงครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาอีก หรือเปล่าครับ?

จริงๆ แล้วการทำให้ร้านพัสดุเติบโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนพัสดุเพียงอย่างเดียวครับ แต่ยังเกี่ยวกับการควบคุมค่าใช้จ่าย การหาลูกค้าใหม่ และการทำให้ลูกค้าเดิมกลับมาใช้บริการอีกครั้งด้วย ทาง Dplus Express จึงอยากแนะนำให้ร้านค้าลองค่อย ๆ ปรับร้านตาม 8 Steps นี้ เพื่อมองเห็นโอกาสเพิ่มรายได้ และวางแผนให้ร้านมีกำไรได้ชัดเจนขึ้นครับ

STEP 1: เช็กก่อนว่า “กำไรหายไปไหน?”

ก่อนจะเพิ่มยอดขาย ลองเริ่มจากจดตัวเลขของร้านให้ครบก่อนครับ เพราะถ้าเราไม่รู้ว่ามีลูกค้าและพัสดุเข้าร้านวันละเท่าไร ก็อาจวางแผนเพิ่มยอดได้ยาก

ตัวเลขที่ควรเช็กทุกวัน ได้แก่ จำนวนพัสดุต่อวัน จำนวนลูกค้าต่อวัน รายได้ต่อวัน รายได้เสริมจากการขายกล่อง อุปกรณ์แพ็ก หรือบริการอื่น และค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่า ค่าไฟ ค่าแรง และค่าวัสดุสิ้นเปลือง

ลองยกตัวอย่างร้านที่มีพัสดุเฉลี่ยวันละ 10 ชิ้น เท่ากับประมาณ 300 ชิ้นต่อเดือน หากร้านมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 10,000 บาท ก็ควรนำตัวเลขนี้มาคำนวณต่อว่า ต้องเพิ่มจำนวนพัสดุ หรือรายได้เสริมเท่าไรจึงจะครอบคลุมค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นง่าย ๆ: จดรายรับ และรายจ่ายทุกวัน แล้วสรุปยอดเมื่อครบเดือนครับ

STEP 2: เปลี่ยนจาก “รอลูกค้า” เป็น “หาลูกค้า”

ร้านที่มีลูกค้าเข้ามาต่อเนื่อง มักเป็นร้านที่ทำให้คนในพื้นที่รู้ว่าร้านอยู่ตรงไหน และมีบริการอะไรบ้างครับ ลองเริ่มจากช่องทางใกล้ตัวเหล่านี้

  1. เพิ่มข้อมูลร้านบน Google Maps — ใส่ชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทร เวลาเปิด–ปิด รูปหน้าร้าน และบริการที่มี เพื่อให้ลูกค้าค้นหาร้านได้สะดวก
  2. ทำป้ายหน้าร้านให้เห็นชัด — ระบุว่าร้านรับส่งพัสดุ มีบริการ Drop-off หรือรับแพ็กสินค้า เพื่อให้คนที่ผ่านไปมารู้ทันทีว่าร้านให้บริการอะไร
  3. อัปเดตช่องทางออนไลน์ของร้าน — ใช้ Facebook, LINE หรือ TikTok โพสต์ข้อมูลร้าน โปรโมชัน และรีวิวจากลูกค้าเป็นระยะ
  4. แนะนำร้านในกลุ่มชุมชน — เข้าร่วมกลุ่มหมู่บ้าน กลุ่มซื้อขาย หรือกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ แล้วแนะนำบริการของร้านอย่างเหมาะสม
  5. เข้าหาลูกค้าธุรกิจรอบร้าน — ลองแนะนำบริการกับร้านค้า แม่ค้าออนไลน์ และธุรกิจขนาดเล็กในละแวกใกล้เคียง ลูกค้ากลุ่มนี้อาจมีพัสดุที่ต้องส่งเป็นประจำครับ

STEP 3: สร้างลูกค้าประจำ แทนการหาลูกค้าใหม่ทุกวัน

ลูกค้าที่กลับมาใช้บริการช่วยให้ร้านมีโอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่องครับ กลุ่มลูกค้าประจำอาจเป็นลูกค้าทั่วไป ร้านค้าออนไลน์ หรือธุรกิจที่ส่งพัสดุเป็นประจำ

สิ่งที่ช่วยสร้างความประทับใจได้ เช่น ให้บริการสุภาพ และรวดเร็ว แจ้งโปรโมชัน หรือสิทธิพิเศษที่เกี่ยวข้อง จดจำความต้องการของลูกค้าประจำ และดูแลลูกค้าหลังใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโปรโมชันใหญ่ ๆ ครับ แค่ดูแลให้ลูกค้าได้รับความสะดวก และรู้สึกว่าแวะมาใช้บริการแล้วได้รับการใส่ใจ ก็ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากลับมาได้

STEP 4: เพิ่มรายได้จากลูกค้าเดิม

เมื่อลูกค้ามาส่งพัสดุแล้ว ลองดูว่าร้านมีสินค้า หรือบริการอะไรที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้อีกบ้างครับ

  • ขายกล่อง และอุปกรณ์แพ็ก — เช่น กล่อง ซอง เทป และวัสดุกันกระแทก
  • รับแพ็กสินค้า — สำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกแพ็กเอง
  • เพิ่มบริการ Drop-off — จากแพลตฟอร์มที่ร้านรองรับ เช่น Lazada และ ShopChill
  • แนะนำบริการส่งต่างประเทศ — ผ่านบริการที่ร้านมีให้บริการ

ตัวอย่างเช่น ลูกค้ามาส่งพัสดุหนึ่งกล่อง อาจต้องซื้อกล่องเพิ่ม ใช้เทป หรือวัสดุกันกระแทก หรือให้ทางร้านช่วยแพ็กสินค้าได้ รายได้จากบริการเสริมจึงเป็นอีกทางที่ช่วยเพิ่มมูลค่าต่อการเข้าร้านหนึ่งครั้งครับ

STEP 5: ใช้ลูกค้าหนึ่งคน ให้เกิดรายได้มากกว่าหนึ่งครั้ง

ลองมองเส้นทางการใช้บริการของลูกค้าดูครับ ลูกค้าอาจเริ่มจากเข้ามาส่งพัสดุครั้งแรก จากนั้นซื้อกล่อง หรืออุปกรณ์แพ็ก และกลับมาใช้บริการอีกครั้งเมื่อมีพัสดุชิ้นต่อไป

ร้านอาจช่วยให้ลูกค้ากลับมาได้ด้วยการให้ข้อมูลบริการที่ร้านมีอย่างครบถ้วน เตรียมกล่อง และอุปกรณ์แพ็กให้เลือก แนะนำบริการที่เหมาะกับความต้องการ และดูแลให้การใช้บริการสะดวกตั้งแต่ต้นจนจบ

เป้าหมายจึงไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ แต่ควรทำให้ลูกค้าแต่ละคนได้รับความสะดวก และอยากกลับมาใช้บริการอีกด้วยครับ

เพิ่ม “รายได้ต่อลูกค้า” ไม่ใช่แค่ “จำนวนลูกค้า”

STEP 6: ทำโปรโมชันให้เหมาะกับเป้าหมาย

โปรโมชันที่ดีไม่จำเป็นต้องลดราคาเสมอไปครับ แต่ควรช่วยกระตุ้นพฤติกรรมที่ร้านต้องการ เช่น อยากให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการ หรืออยากให้ลูกค้าแนะนำร้านต่อ

ก่อนเริ่มโปรโมชัน เราควรกำหนดให้ชัดว่าต้องการเพิ่มอะไร เช่น จำนวนครั้งที่ลูกค้ากลับมาใช้บริการ หรือจำนวนลูกค้าธุรกิจที่ติดต่อเข้ามา แล้วค่อยตรวจสอบผลหลังจบโปรครับ

  • โปรส่งต่อเนื่อง ใช้บริการครบตามจำนวน รับสิทธิพิเศษ หรือเครดิตตามเงื่อนไขของร้าน
  • โปรลูกค้าประจำ ใช้บริการครบตามจำนวนครั้ง รับส่วนลด หรือของแถม
  • โปรแนะนำเพื่อน ลูกค้าแนะนำเพื่อนมาใช้บริการ รับสิทธิประโยชน์ตามที่ร้านกำหนด
  • โปรสำหรับลูกค้าธุรกิจ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าที่ส่งพัสดุเป็นประจำ

STEP 7: ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น

นอกจากเพิ่มรายได้แล้ว การทบทวนค่าใช้จ่ายก็ช่วยให้ร้านเห็นโอกาสเพิ่มกำไรได้ครับ ลองจดค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าเช่า ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต ค่าแรง ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ค่ากล่อง และค่าเดินทาง
จากนั้นถามตัวเองกับแต่ละรายการว่า “ค่าใช้จ่ายนี้ช่วยสร้างรายได้ หรือช่วยให้ร้านทำงานได้ดีขึ้น หรือเปล่า?”

หากเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น หรือมีทางเลือกที่เหมาะสมกว่า อาจพิจารณาลด ปรับเปลี่ยน หรือยกเลิก แต่ควรคำนึงถึงผลต่อการให้บริการของร้านเป็นหลักด้วยครับ

STEP 8: ตั้งเป้าร้านแบบ 30 วัน แล้วติดตามผล

การปรับร้านหลายอย่างพร้อมกันอาจทำให้ไม่รู้ว่าอะไรได้ผล ลองแบ่งเป้าหมายออกเป็น 4 สัปดาห์ แล้วทำทีละส่วนครับ

ช่วงเวลา

สิ่งที่ควรทำ

สัปดาห์ที่ 1: รู้จักร้านตัวเอง

เช็กยอดพัสดุ และค่าใช้จ่าย คำนวณจุดคุ้มทุน และปรับข้อมูลร้านบน Google Maps

สัปดาห์ที่ 2: หาลูกค้าใหม่

ติดต่อร้านใกล้เคียง เข้ากลุ่มชุมชน ทำ Social Media และแนะนำบริการกับลูกค้าธุรกิจ

สัปดาห์ที่ 3: เพิ่มรายได้ต่อลูกค้า

เพิ่มสินค้า และบริการเสริม เช่น อุปกรณ์แพ็ก บริการแพ็ก และโปรโมชันสำหรับลูกค้าประจำ

สัปดาห์ที่ 4: วัดผล

ตรวจจำนวนพัสดุ ลูกค้าใหม่ ลูกค้าประจำ รายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไร

เมื่อครบ 30 วัน ให้นำตัวเลขมาเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเริ่มปรับร้าน เช่น จำนวนพัสดุต่อวันเพิ่มขึ้น หรือไม่ มีลูกค้ากลับมาใช้บริการมากขึ้น หรือเปล่า และรายได้เสริมช่วยให้ร้านมีรายรับเพิ่มเท่าไร

เช็กลิสต์ก่อนสรุปผล

  • ลูกค้าค้นหาร้านเจอบน Google Maps
  • ป้ายหน้าร้านระบุบริการชัดเจน
  • มีช่องทาง Social Media สำหรับแจ้งข่าวสาร
  • มีลูกค้าประจำ และลูกค้าธุรกิจ
  • มีบริการเสริม และสินค้าแพ็กพัสดุ
  • มีโปรโมชันที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมา
  • รู้ยอดขายต่อวัน และค่าใช้จ่ายต่อเดือน
  • รู้จุดคุ้มทุน และตรวจสอบกำไรทุกเดือน

ร้านเติบโตได้ เริ่มจากปรับทีละจุด

ถ้ายอดยังไม่ดี อย่าเพิ่งรีบสรุปว่าทำเลไม่ดีครับ ลองกลับมาดูว่าลูกค้ารู้จักร้านมากพอ หรือยัง ร้านมีบริการที่ตอบโจทย์ หรือไม่ และเราติดตามผลจากตัวเลขอย่างสม่ำเสมอแค่ไหน

เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่ทำได้ก่อน แล้วค่อยปรับต่อเนื่อง ทั้งการหาลูกค้า การเพิ่มรายได้จากบริการเสริม และการควบคุมค่าใช้จ่าย ระบบ Dplus Express เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ร้านให้บริการขนส่งได้ แต่การเติบโตของร้านยังต้องอาศัยการดูแลลูกค้า และการวางแผนธุรกิจไปพร้อมกันครับ

สนใจเปิดแฟรนไชส์ร้านรับส่งพัสดุกับ DPlus Express วันนี้ ทักมาปรึกษาแอดมินได้เลย
🌎 E-mail: sales@dplusexpress.com

บทความอื่นๆ